บริจาคของ ตามรอยพ่อ ใจถึงก็ไปถึง

คำเตือน : บทความนี้ยาวกว่า 14,000 ตัวอักษร ผมจะเล่าเรื่องราว ให้เห็นภาพตั้งแต่ต้นจนจบทริป ให้เหมือนราวกับว่าคุณได้ไปกับเราเลยล่ะ ใครที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ห้ามพลาด!

บทความนี้มีขึ้นมาเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจในการเดินทางไปบริจาคของให้น้องๆ ซึ่งขาดโอกาสอย่างพวกเราที่ ห้องเรียนพิเศษแบบเรียนรวมบ้านเกาะสะเดิง โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ อ.สังขระบุรี จ.กาญจนบุรี

ทีมงาน

dsc03164

ทำไมต้องไป

พวกเราเน้นการไปถึงชุมชนที่ห่างไกลและยากที่จะเข้าถึงจริงๆ เพื่อให้สิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดแก่ผู้รับ พวกเราหวังว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กน้อยที่เราจะได้ร่วมกันทำความดี เพื่อประเทศของเราบ้าง ได้มีโอกาสทำดีเพื่อคนอื่นบ้าง

การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งที่สองชีวิตผม ซึ่งหนึ่งในแรงบัลดาลใจของผมคือ ในหลวง ของเรา ผมเคยเห็นท่านขับรถไปยังถิ่นทุรกันดารมากมาย ไม่ว่าจะเจอทางที่ยากลำบาก ลุยน้ำที่ลึกครึ่งค่อนรถ สิ่งเหล่านี้ ท่านทำไปเพืิ่อประชาชนของท่าน ดังนั้น ผมจึงอยากจะทำเพื่อคนอื่นอย่างที่ท่านเคยทำเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ที่ท่านต้องการพัฒนาชุมชนให้มีอยู่มีกิน มีชีวิตที่ดีขึ้น มีประโยชน์ต่อชาติไทยเราต่อไป

ผู้เขียน

ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่คนดีอะไรมากมายขนาดนั้น ผมเป็นเพียงคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้มีชีวิตที่ร่ำรวย แค่พอมีพอกินไม่ได้ลำบาก และผมไม่ใช่คนใจบุญที่ชอบทำบุญเป็นประจำ แต่ผมชอบช่วยคนที่เขาไม่มีจริงๆ คนที่เขาขาดแคลน คนที่เขาไม่มีโอกาสเหมือนเรา ผมอยากให้ความสุขพวกเขาบ้างเท่านั้นครับ

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า

เริ่มจากมีการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนเพื่อที่จะเดินทางไปบริจาคของจึงได้มีการประกาศเพื่อรวบรวมสิ่งของจากผู้ที่สนใจจะแบ่งปันสิ่งของ ซึ่งก็มีผู้คนมากมายที่สนใจจะร่วมบริจาคไปกับเราด้วย ทั้งทางบ้าน ที่ทำงาน คนรู้จัก ต้องขอขอบคุณแทนน้องๆ ผู้ได้รับด้วยครับ

วันที่ 2 ธันวาคม 2559 ถึง วันที่ 3 ธันวาคม 2559

พวกเราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่ คืนวันที่ 2 ธันวาคม 2559 เวลา 21:00 ไปเช้าเอาที่สังขละบุรี วันที่ 3 ธันวาคม 2559 เวลา 7 โมงเช้า เราจึงแวะเที่ยวกันสักหน่อยก่อนการเดินทางสุดโหด

ถึงตอนนี้เราก็รอทีมงานอื่นๆ ที่สังขละบุรี สะพานมอญ ด้านล่างสะพานมีแม่น้ำยาวสุดลูกหูลูกตา บวกกับมีหมอกบางๆ ผสมกับแสงแดดอ่อนๆ ซึ่งดูรวมๆ แล้วมีสเน่ห์เหลือเกินครับ

สะพานมอญที่ดูเหมือนสะพานไม้ธรรมดา แต่ทำไมช่างดูมีสเน่ห์อย่างคาดไม่ถึง

เต็มไปด้วยผู้คนที่แวะมาเที่ยวและท่ามกลางคนที่ไปเที่ยวก็จะมีเด็กๆ ที่คอยเข้ามาหาเรา นั่นคือ การปะแป้งเป็นเหมือนรูปดอกจันบนแก้มของเรา เด็กๆ ที่นี่น่ารักดีครับ ยิ้มแย้มกันตลอดเวลา

เมื่อเราเดินเที่ยวไปพักนึง พวกเราก็เริ่มหิวกันจึงได้แวะกินอาหารเช้ากัน เป็นโจ๊กข้างทาง ซึ่งที่นั่นก็มีหลายร้านมากมายไปหมด ของกินเพียบครับ ใครสายกิน จัดกันตามสบายครับ ของที่นี่แม้ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด พอถึงช่วงสายๆ แดดเริ่มแรง และพวกเราเองก็เริ่มอิ่มจนไม่อยากเดินต่อ เราจึงออกเดินทางต่อไปที่ อบต. ไล่โว่ เพื่อรอพรรคพวกของเรากัน

พรรคพวกของเรามีกันทั้งหมด 7 คันรถ ขับแยกกันมา พวกผมเองมาถึง อบต.ประมาณ 10:30 น. แต่ยังไม่มีใครมาถึง จึงนั่นเล่นกันไปเรื่อยๆ

หลอน

ก่อนที่เราจะมาที่นี่ผมได้รับเรื่องสถานที่มาว่า ที่นี่ ธรรมดาครับ ทางไม่ได้ยากลำบากเท่าปีก่อน มีเพียงข้ามลำธารเล็กๆ เท่านั้น ผมก็อืมม ค่อยยังชั่ว น่าจะไม่ต้องลำบากมากก็เอาของไปให้ได้แล้วล่ะ สบายละ

แต่เมื่อพวกเรามาเจอกับพรรคพวกที่สำรวจทาง กลับบอกว่า

ทีมสำรวจ : ทางค่อนข้างยากกว่าครั้งก่อนมาก มีห้วย 10 กว่าที่

ผม : อะไรนะ ห้วยเลยรึ ไม่ใช่ลำธารเล็กๆ หรอ คิดในใจว่าชิบหายแล้ว แต่คงไม่เป็นไรมั้ง

เขาก็พูดต่อ

ทีมสำรวจ : ตอนนั้นมาน้ำเยอะมากต้องเดินไป หลายชั่วโมง

ผม : อะไรนะ เดินไป ครก แล้วครับพี่น้อง 555 เดินเลยรึ ไกลนะนั่น

แล้วก็พูดต่อไปว่า

ทีมสำรวจ : วันนี้น้ำคงลดแล้วล่ะ คงไปด้วยรถได้แล้ว

ผม : เออ ค่อยยังชั่ว

เวลาผ่านมาอีกแปปนึง เจอครูที่สอนอยู่โดยบังเอิญจึงถามพวกเราว่า

ครู : พวกเราจะไปไหนกันหรือ

พวกเรา : จะไปโรงเรียนบ้านกองม่องทะ ไปบริจาคของครับ

ครู : จะไปได้รึป่าว เมื่อเช้าครูอีกคนยังบอกว่าลงมาไม่ได้เลย น้้าสูงถึงเอวเลยนะ

ผม : เข้. แล้วจะไปยังไงล่ะวะ ชิบหายแล้ว

ครู : แล้วมันก็มีตั้ง 13 ห้วย ถ้าไปแล้วติดแค่ห้วยเดียวก็ไปต่อไม่ได้แล้ว น้ำก็เชี่ยว ถ้าจะไปก็ต้องเดินไปนะ

ผม : ….. เงียบสิครับ คิดในใจ (หึหึหึ บ้าหรอ ไม่นะ หนักนะนั่นถ้าต้องเดินไปเนี่ย เอาไงล่ะกู)

หลังจากนั้นก็มาปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี ในเมื่อมันไปยากขนาดนั้น แต่แล้วก็มีทีมงานอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าแถวนี้ก็มีโรงเรียนนะ แต่จะไม่ได้ขาดแคลนขนาดข้างบน แต่ก็ห่างไกลความเจริญเหมือนกัน

Plan B

และแล้วก็มีแผน B เกิดขึ้น 555 แผน B ที่ว่าก็คือไปที่ง่ายๆ นี่แหล่ะ ไม่ต้องขึ้นไปข้างบน ผมเองเห็นด้วยว่าถ้ามันไปยากมากขนาดนั้น เราก็น่าจะใช้แผน B กันดีกว่านะ

หลังจากนั้นการประชุมเครียดจึงเกิดขึ้น ทางผู้นำได้เข้าไปต่อรองกับครูเพื่อจะหาทางไปข้างบนให้ได้ หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง จึงสรุปได้ว่า เราจะลุยเข้าไปพักข้างในอุทยานก่อน แล้วเราค่อยรอครูจากบนดอยลงมาประเมินยานช่วงเย็น (รถเราเรียกกันว่ายานครับเพราะมันต้องเทพพอที่จะพาเราไปโหดได้)  ซึ่งอุทยานนี้ต้องมีการขออนุญาตก่อนจึงจะเข้าไปได้เพราะทางเองก็หนักหน่วงไม่แพ้ทางที่จะขึ้นไปข้างบนเลย ต้องผ่านห้วย 1 ที่ด้วย

เมื่อตกลงไป เราออกเดินทางกันโดยมีรถผู้นำซึ่งเป็นรถที่เทพที่สุดเข้าไปประเมิน แต่แล้วรถที่เทพที่สุดกลับย้อนกลับมาบอกว่า ไปไม่ได้ น้ำมันลึกเกิน เอาแล้วไง ที่แรกก็ไม่รอดซะละ เหอะๆ

แล้วเราก็กลับมาประชุมกันอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือคนที่ต้องการขึ้นไปให้ได้ กับคนที่ต้องการแผน B(ผม เพื่อน และผู้นำบางคนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยครับ 555) และคนที่อะไรก็ได้ตามไปได้หมด

และแล้วก็มีลุงคนหนึ่งเป็นใครไม่รู้เข้ามาถามว่าจะไปไหนกัน พอเราบอกไป เขากลับบอกว่าไปได้ สบายๆ รถแบบนี้ก็ไปได้ แต่พอดูรถพี่แก แกยกสูงมาก แบบจัดเต็มสุดๆ ผมคิดว่าเฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย จริง หรอออ รถท่านมาเต็มขนาดนี้มันก็ต้องไปได้สิค้าบบ แต่รถพวกกูน่ะ ไม่ได้จัดหนักขนาดนั้นนะคร้าบบ

แต่ แต่ แต่ ผู้นำเราเชื่อครับ บัดซบ 555 แต่ก็เอาวะ ไหนๆ ก็ไหนๆ เปิดโหมด ซูเปอร์ไซย่าซะหน่อยเป็นไร

เลยลองไปกันอีกรอบ เมื่อถึงห้วย รถก็ลงห้วยทันที สิ่งที่เห็นคือ ไปได้ครับ โอ้วว พระเจ้า มันไปได้จริงๆ ด้วย เอาล่ะสิ คันต่อๆไป ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ณ ที่พัก อุทยานไล่โว่

และแล้วเราก็มาถึงอุทยานไล่โว่จนได้ เฮ้อ รอดไป ถึงตอนนี้รู้เลยว่า ไม่ลองไม่รู้ครับ ดีที่ลองก่อน

แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องบอกว่าคุ้มค่ามากๆ ที่ได้มา เพราะ

สถานที่เป็นธรรมชาติ และสวยงามมากครับ รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไผ่สูงราวๆ 10-20 เมตรเห็นจะได้ ด้านล่างติดลำห้วย น้ำใสไหลเย็น และอากาศเย็นสบายต่างจากข้างนอกที่มาซึ่งมันร้อนมากๆ ทั่วทั้งพืนที่มีหญ้าเขียวขจี สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

แม้ว่าที่นี่จะเป็นสถานที่เล็กๆ  แม้ว่าจะไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มี 4G ให้เล่น ก็คุ้มเหลือเกินที่ได้มาครับ

เมื่อกางเต๊นท์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็ได้เดินลงไปที่ห้วยเพื่อจะล้างหน้า แต่แล้วก็มีทีมงานชุดหลังที่เพิ่งมาถึง ขับข้ามห้วยมาพอดี และก็เป็นไปตามคาดรถติดหล่มกลางน้ำต่อหน้าต่อตา งานเข้าล่ะสิครับพี่น้อง เพราะว่าการจะวิ่งผ่านได้ต้องรู้ Line วิ่งสุ่มสี่สุ่มห้า ก็ค้างแบบนั้นทุกคันล่ะครับ จึงต้องระดมพลลงไปช่วยกันทั้งขย่ม ทั้งดัน เอารถขึ้นมาจนได้ ซึ่งทีมงานที่ีนี่แต่ละคน พร้อมมากครับ รีบกรูกันเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครรอ หรือคิดอะไรเลย สุดยอดจริงๆ ครับ

เมื่อกางเต๊นท์กันพร้อมแล้ว ได้เวลาทำอาหารแล้วล่ะครับ ที่นี่ต้องรีบเพราะไม่มีไฟฟ้า จึงทำกันตั้งแต่บ่าย 4 โมงเลย อยากจะบอกว่าทีมงานอาหารหน้าตาเถื่อนๆ แต่ทำอาหารอร่อยมากครับ ผมยกนิ้วให้เลย ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ ปลาเผา เนื้อย่าง เทพทุกเมนูครับบอกเลย

ส่วนผมน่ะหรือ ผมเป็นทีมงานดนตรีครับ 555 เป็นทีมให้ความสุนทรีกับทุกคน รึป่าว เห็นเขาเล่นก็อยากจะไปเล่นด้วย ก็เลยจัดไปครับ ยาวๆ

ผ่านไปพักนึง ครูจากข้างบนลงมาประเมินยานขับของเรา(รถ) ครูบอกว่ายานเราพร้อมแค่ 2 คันเท่านั้น ยานอื่นหมดสิทธิ์ แต่ผมเองมองว่าคันอื่นน่าจะไปได้นะ มันจะอะไรกันนักหนาว้าา (อีกเดี๋ยวรู้เลย ผมว่าครูน่าจะคิดอย่างนี้ 555)

เมื่อคุยเสร็จก็บรรเทิงกันต่อยันสามทุ่ม เสียงผมเริ่มหมดละร้องเพลงมันส์มากเพราะกีตาร์เปลี่ยนกันมาเล่นและเล่นดีจริงๆ มีทั้งคาฮองและไข่เขย่าให้จังหวะ เครื่องดนตรีครบจริงๆ บอกเลย พอได้ที่แต่ละคนเริ่มเมา 555 ก็ค่อยๆ ทยอยแยกย้ายไปนอน ใครยังไหวก็ต่อยาวกันไปถึงเที่ยงคืน สำหรับผมแค่เอาเพื่อนขี้เมาเข้านอนให้ได้ก็ยากเหลือเกินแล้วครับ มันดื้อ (จวกมันซะหน่อยเผื่อมาอ่านจะได้เข้าใจว่ามึงมันดื้อชิบหาย 555)

วันที่ 4 ธันวาคม 2559

ตื่นเช้ามาค่อนข้างเย็นครับ แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก ผ่านไปถึงเวลา 7 โมงเช้า ความเย็นก็หายไปทันที แต่ละคนก็เตรียมตัวกันไป บ้างก็อาบในห้วยแต่ว่าเช้าๆ นี่น้ำเย็นมากๆ นะครับ

กำหนดการวันนี้ออกเดินทาง 9 โมงเช้า โดยไปด้วยรถ 2 คันของพวกเรา และจ้าง 1 คันเพื่อขนของขึ้นไป จากรถ 7 คัน มาอัดกันอยู่ 3 คัน เกาะหลังรถกันเป็นปลิงเลยครับ 555

 

เข้าสู่โหมด เส้นทางมรณะ ธรณีวิบัติ นาคาโหยหวน (โหมดบ้าบอไรวะ 555 เอาเป็นว่ามัน โหด ละกัน)

พวกเราเริ่มเดินทางเข้าสู่เส้นทางที่เราก็ยังหลอนๆ กันว่าจะไปรอดหรือไม่ ไม่มีใครรู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอะไร รู้เพียงว่าตอนนี้อยากไปให้ถึงน้องๆ ให้ได้เท่านั้นเอง

เข้ามาด้วยทางลูกรังปกติสักพัก ก็เจอหลุมแรกที่ถ้าแถวบ้านเราจะบอกว่า ลงไปรถพังได้เลยนะ และแล้วเราก็ต้องลงครับ เสียงที่ดัง ปัง! WTF เพียงหลุมแรกนี้ก็ทำให้ บ้านทะเบียนส้มซ่า ปลิวสะบัดหลุดออกมาอย่างง่ายดาย ส่วนของรถที่ติดกับป้ายทะเบียนเบี้ยวยื่นออกมาเลยล่ะ ผมเดาว่าตอนนี้ส้มซ่าคงหลอนแล้วล่ะครับว่า รถกูจะรอดไม๊

หลังจากทำใจได้ก็ไปต่อเรื่อยๆ เริ่มเจอทางที่หลุมลึกกว่าเดิมอีกมากมาย ทำให้คิดว่าหลุมแรก มันกระจอกจังวะ เราต้องช่วยกันขย่มรถไปตลอดทาง ถ้าจุดไหนขย่มไม่ไหวก็ต้องเข็นต้องดัน ตรงไหนทางแย่มากก็ต้องลงไปขุดเคลียร์ทาง ต้องช่วยกันเอาหินไปถมทาง (สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าขย่มทำไม มันเป็นเพราะเมื่อรถติดหล่ม ล้อมันจะไม่โดนดิน ต้องขย่มให้ล้อมันติดลึกลงไปในดินมันถึงจะมีแรงถีบตัวออกจากหล่ม)

เมื่อหลุดจากหล่มสุดโหดแต่ละครั้งมาได้ สิ่งที่เห็นคือเสียงปรบมือกึกก้อง เสียงโห่ร้องดีใจ พร้อมกันเสียงแรงเชียร์ให้กับพรรคพวกของเรา ซึ่งมันรู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

 ตบมือให้กำลังใจdsc02406

ฮึกเหิม

ถึงตอนนี้สภาพแต่ละคน เริ่มจะเละเทะกันแล้วครับ เพราะต้องเข็นกันหลายที บางคนเข็นไปเข็นมาขาเข้าไปอยู่ในโคลนครึ่งขาก็มีทุลักทุเลกันไป

และแล้วก็มาเจอห้วยแรกครับ เจอแล้วก็ต้องบอกว่า ฮ่วย ลึกเกินไปบ่ หลังจากทำใจกันพักนึงก็ลุยเลยครับ

ลุยยๆๆๆ ไปๆๆๆๆๆ อย่าหยุดๆๆๆๆๆ เสียงโห่ร้องดังกังวาลจากทุกคนช่วยกันลุ้น ช่วยเชียร์ให้คนขับของเราไม่ท้อ อย่างน้อยกำลังใจนี้ผมว่าคนขับสามารถรับรู้ได้ถึงความเป็นทีมเดียวกันครับ

ยังจำตอนที่ผมบอกว่ารถคันอื่นก็น่าจะไปได้ จะอะไรกันนักกันหนาว้าา ได้ไหมครับ ถึงตอนนี้ความคิดนั้นหายไปจากหัวเรียบร้อยครับ ขนาดคันที่ประเมินว่าไหวๆ นี่ยังจะไปไม่ค่อยรอดเลยครับ

ระหว่างทางเราได้สัมผัสถึงธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลาย แสงแดดช่วง 10 โมง ไม่แรงพอที่จะทำให้เราร้อนได้เลย เส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ทำให้เราเย็นสบายไปตลอดเส้นทาง และแดดที่ส่องผ่านลอดช่องของต้นไม้ลงมาช่างสวยงามมากๆ ได้เจอภูเขา หน้าผาตั้งตะหง่านเป็นช่วงๆ ไปตลอดการเดินทาง ช่างเป็นช่วงอารมณ์ที่สบายใจ แบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

 

เราข้ามห้วยมาทั้งหมด 13 ห้วย มีทั้งเล็กทั้งยาว ลึกถึงครึ่งคันรถ น้ำท่วมถึงห้องเครื่องเลยก็มี ข้ามหลุมและหล่มที่นับจำนวนไม่ได้ ผ่านป่าที่รกและต้องคอยระวังหัวตลอดสำหรับคนนั่งหลัง เส้นทางนี้จะทำให้ทุกคนจำไม่รู้ลืม และคงจะสนุกทุกครั้งที่ได้คุยกัน

ป่าเขาสวยงาม

dsc02545

ท่ามกลางลำน้ำและป่าเขา

dsc02665

 

ผมว่ามันเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่า และหาไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่ไปด้วยตัวเอง ต่อให้ผมเขียนให้ดีเท่าไร เล่าเรื่องราวเทพแค่ไหน มีภาพและ VDO ประกอบสุดยอดเพียงใด ก็ไม่สามารถบรรยาย บรรยากาศ อารมณ์ ท้อ เหนื่อย เพลีย ดีใจ ฮึกเฮิม ออกมาให้ทุกคนสัมผัสได้อย่างที่พวกเราได้สัมผัส ถ้ามีโอกาส มีใครชวนไป ลองเถอะครับ สักครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วคุณจะรู้ว่าการได้ทำเพื่อคนอื่นบ้าง มันมีความสุขมากเพียงไร

dsc02683

 

มีคนถามผมว่าไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ปกติผมเป็นคนพูดให้คนอื่นเข้าใจได้นะครับ แต่ว่าอันนี้เหมือนบอกไปแล้วมันยังไม่ใช่อารมณ์จริงๆ ที่เราต้องการสื่อ มันมากกว่านั้น ซึ่งมันบอกกันไม่ได้ครับ

ถึงที่หมาย

เมื่อมาถึง ห้องเรียนพิเศษแบบเรียนรวมบ้านเกาะสะเดิง โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ก็จะเจอเด็กๆ กำลังเล่นซนกันอย่างสนุกสนาน บ้างวิ่งเล่น บ้างปีนป่าย บ้างเตะบอล

เด็กที่นี่น่ารักครับ เวลาถ่ายภาพก็จะโพสเป็นด้วยนะ ท่าประจำคือการชู 2 นิ้วลิโพนั่นแหล่ะครับ เด็กที่นี่สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่ภาษาหลักที่พูดกันเองตลอดเขาบอกว่าภาษา คาเรียง อันนี้เอามาจากคำพูดของน้องๆ เลยครับ

น้องพิมและน้องมินนี่

dsc02939

น้องพิมและน้องมินนี่

dsc02938

น้องเฉอะ

dsc02867

น้องที่ผมเองชอบเป็นพิเศษชื่อน้อง เฉอะ เป็นเด็กเรียบร้อยร่าเริ่งและมีสัมมาคาราะวะดีครับ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของครูผู้สอนได้เป็นอย่างดี จึงมีรูปน้องคนนี้ค่อนข้างเยอะ

ผมเรียกให้น้องมาเอาขนม ให้แล้วก็จะนั่งกินอยู่ตรงนั้น จนผมต้องบอกว่าไปเล่นกับเพื่อนก็ได้ถึงจะไป อืมม ก็ตลกดีนะเด็กน้อยนี่

บอกตรงๆ ว่าปกติผมเฉยๆ กับเด็ก เจอหน้าแล้วก็ไม่รู้จะคุยอะไรด้วย แต่เด็กที่นี่ค่อนข้างเป็นกันเองและสนุก สามารถคุยกันได้ดีเลยล่ะ

และทริปนี้เรามีคุณครูไปด้วยหนึ่งคน ครูคนนี้สามารถเข้ากับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมเองก็งงมากเพียงเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลับมีเด็กๆ นับสิบคนรุมอยู่ที่ครูคนนี้คนเดียว เล่นกันสนุกสนาน ร้องเพลงกัน แถวเด็กๆ ยังหอมแก้ม และชวนให้อยู่ต่ออีก ไม่น่าเชื่อว่าทำอะไรเด็กๆ ถึงได้ชอบขนาดนั้น เอาเป็นว่าผมเองไม่มีสกิลนี้ แต่ก็เป้นภาพที่น่ารัก จึงได้เก็บภาพมาหลายภาพเลยทีเดียวครับ

คุณครูและบริวาร

dsc02952

คุณครูและบริวาร

dsc02973

 

หลังจากที่ทีมงานพ่อครัวแม่ครัวเราไปทำอาหารให้เด็กๆ ก็มีทีมงานที่ทำกับข้าวเลี้ยงพวกเราด้วยเหมือนกัน พวกเราได้กิน ข้าว ไข่เจียว ผัดผักอะไรสักอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน และน้ำพริกกะเหรี่ยง มันอร่อยมากนะครับมื้อนั้น หรือว่าพวกเราหนื่อยและหิวก็ไม่รู้ แต่ผมพยายามกินอย่างเป็นกลางแล้ว มันอร่อยจริงครับ ไม่ได้มาจาความหิว มื้อนี้บอกเลยว่าเกลี้ยงทุกจาน แทบจะเลียจานกันเลย แบบเก็บได้เลยไม่ต้องล้างอ่ะ 555

เมื่อก๋วยเตี๋ยวสำหรับน้องๆ เสร็จแล้วก็ได้เวลาแจกจ่ายแล้ว น้องเข้าแถวตอนเรียงหนึ่ง ค่อยๆ เดินเข้ามากันอย่างเป็นระเบียบ โดยมีคุณครูแป้งผู้น่ารักเป็นผู้แจก คุณครูใจดีนะ แต่แอบมีดุบ้าง เพื่อให้เด็กๆ เกรงใจซึ่งดีครับผมชอบ 555

กินแต่ลูกชิ้นก็ได้นะจ๊ะ

dsc03105

 

เด็กๆ นั่งเรียงกินกันอย่างเป็นระเบียบ ผมแอบชิมลูกชิ้น อืมม อร่อยมากจริงๆ ส่วน

ก๋วยเตี๋ยวที่ให้น้องๆ นี่เป็นขนาดชามเท่าผู้ใหญ่ตัวใหญ่ๆ กินเลยนะ เด็กส่วนใหญ่ฟาดเรียบ บางคนเบิ้ล ผมล่ะงง ว่ากินกันไปได้ยังไง

ครูที่นี่บอกว่า มันไม่ได้มีให้กินบ่อยๆ หรอกนะ เด็กที่นี่จะชอบก๋วยเตี๋ยวมาก และก็มีเพื่อนพูดขึ้นมาว่าน่าจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวนะ ครูบอกทันควันว่า จะเจ๊งน่ะสิไม่ว่า เด็กที่นี่ไม่มีตังหรอก คงจะไปยืนมองที่ร้านแล้วทำตาปริบๆ จนต้องแจกกันฟรี เจ๊งแน่นอน 555

เด็กบางคนกินจนอิ่มแต่ก็กินไม่หมด พยายามจะกินให้หมดแต่หน้าตาบอกว่า กูไม่ไหวแล้ว พอแล้วมั๊ง แต่ด้วยที่ครูบอกว่าถ้ากินไม่หมดโดนลงโทษนะ เด็กก็พยายามจะกิน แต่ว่ากูไม่ไหวจริงๆ นะ ครูเลยเข้าไปคุยด้วย บอกว่ากินลูกชิ้นให้หมดก็พอ เป็นภาษาคาเรียง เด็กค่อยใจชื้นหน่อย ดูภาพแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ น่ารักเชียวละ ทั้งครูทั้งเด็ก

 

เมื่อเสร็จแล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยก่อนกลับ ครูจัดแถวให้เด็กๆ นั่งกันเป็นระเบียบ เด็กๆ ไม่ดื้อเลย นั่งกันแบบว่าง่าย แต่ก็เหมือนจับปูใส่กระด้งเหมือนกัน และครูก็ให้เด็กๆ เอาของไปเก็บ

ถ่ายเป็นที่ระลึก

dsc03128

 

ได้เวลากลับ

ขากลับเราก็ต้องรีบกลับหน่อยเพราะเหมือนฝนกำลังจะมาแล้ว ฮึกเฮิมๆ แต่ว่าฮึกเฮิมแปปเดียวก็ค่อยๆ ร่วงครับ มันเพลีย มันง่วง แต่ก็รู้สึกดี ขากลับนี่จะไวหน่อยครับ เพราะคนขับเราเริ่มเทพละ เลเวลอัพเรียบร้อย

เมื่อถึงที่ อบต.ไล่โว่ ก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เป็นอันเสร็จพิธีของทริปนี้ครับ

 

สุดท้าย

การได้มาครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหนึ่งประสบการณืที่น่าตื่นเต้น และอิ่มเอมไปด้วยรอยยิ้มของเด็กๆ และมิตรภาพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คนกลุ่มนี้แม้บางคนจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ช่วยเหลือกันราวกับได้รู้จักกันมานาน

การที่เราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง มันจะมีความสุขในรูปแบบของการให้ ซึ่งมากกว่าการได้รับด้วยซ้ำไป มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ ภาพต่างๆ ยังคนลอยวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา และยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง ภาพของน้องๆ ที่น่ารักเหล่านั้น ยังคงทำให้ผมมีกำลังใจที่อยากจะทำต่อไป ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความสุขที่ในหลวงของเราได้ทำนั้นคืออะไร คือการได้ให้ การได้เสียสละ การได้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันยากที่จะเข้าใจในสังคมเมือง แต่สังคมที่เราไปเจอ มันเหมือนอีกโลกหนึ่งที่เราไม่เคยได้เจอมาก่อน

ดังนั้น ถ้าโอกาสมาถึง อย่าคิดมาก อย่าพลาดที่จะได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้างนะครับ แล้วคุณจะมีความสุขไม่รู้ลืมเลยล่ะ

ประกาศ

ปีต่อไป เจอกันที่ ป้อเล่อ ที่เดิม กับการบริจาคของ และมีทีมงานเดินทางไปสร้างอาคารเรียนให้เด็กๆ ด้วย ใครที่สนใจร่วมบริจาคของ อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือสังคมบ้าง เตรียมตัว เตรียมของไว้ได้เลยครับ

จบบริบูรณ์

 

ถูกใจอย่าลืม Like ถ้าเป็นประโยชน์ก็แชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านบ้างนะครับ ^^
ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ มีข้อมูลดีๆ อีกเยอะครับ


กดไลค์เป็นกำลังใจให้กันนะครับ
เห็นว่าเป็นประโยชน์ก็แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันบ้างนะ
อยากให้คนไทยใช้ Tech ให้เป็น


มีข้อมูลดีๆ อีกเพียบที่

FB: Facebook Page
G+ : Google+
www : techdlife.com
Line : @techdlife
แอดรับบทความดีๆ จากเราครับ
เพิ่มเพื่อน


Tech เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น
BenzTechDLife

Benz TechDLife

ผม เบนซ์ Tech D Life ครับ ผมอยากให้คนไทย ได้ใช้เทคโนโลยีที่มีใกล้ตัวให้เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุดครับ ยินดีต้อนรับสู่ Tech D Life

ใส่ความเห็น

shares
Close
error: Content is protected !!
%d bloggers like this: