อยากมีความสุขเพิ่มขึ้นไหม ลองเชื่อใจคนที่คุณรักดูสิครับ

เชื่อใจ = สบายใจ > เคยเห็นคนขี้หึง แล้วแฟนทนไม่ไหว ต้องเลิกรากันไปไหมครับ นี่คือหนึ่งในเรื่องของความไม่เชื่อใจ ถ้าใครเชื่อใจได้ ชีวิตคุณจะสบายขึ้นอีกเยอะ

เรื่องค่อนข้างยาวครับ แต่อยากให้อ่าน แล้วคุณจะมีความสุขมากขึ้น

วันนี้นอกเรื่อง เทคโนโลยีนิดนึงนะ เพราะว่าผมเองได้เจอกรณีนี้มาหลายรูปแบบ ทั้งตัวเองและเพื่อนๆ จึงอยากจะเอามาแบ่งปันให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องมากังวลอะไรกับชีวิตให้มันมากมายนักครับ

ความไม่ไว้ใจเกิดจากอะไร

ข้อนี้สำคัญมากครับ ทุกคนต้องรู้จะได้แก้ไขให้ถูกจุด ความไม่ไว้ใจนี้ เกิดจาก ความกลัวครับ ความกลัวในที่นี้เมื่อมากขึ้นจะกลายร่างอัพเกรดขึ้นเป็นความกังวล และไม่เชื่อใจในที่สุดครับ แล้วที่บอกว่ากลัว กลัวอะไรล่ะ เพียบครับ

  • กลัวแฟนไปมีคนอื่น กลัวคนอื่นมาจีบแฟนเรา จึงโทรจิก ติดตาม GPS โอ้ว อะไรจะขนาดน้านน
  • กลัวลูกทำตัวไม่ดี จึงตามติด ห้ามนู่นนี่
  • กลัวลูกน้องทำงานเสีย ทำงานไม่ดีจึงไม่ให้ลูกน้องลงมือทำเอง

แล้วการไม่ไว้ใจไม่ดีอย่างไร

  • อย่างแรกเลย เราจะเครียดครับ รับประกันได้เลยครับว่าไม่มีความสุขแน่ถ้าต้องคอยมานั่งคิด ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ เขาจะไปมีผู้หญิงอื่นไหม ลูกเราจะเหลวไหลไปกับผู้ชายไหม หรือลูกน้องเราจะทำแล้วงานเสียไหม คนเรานะครับเมื่อมีความกังวล เราก็จะเครียด ไม่มีใจจะทำมาหากินได้อย่างเต็มที่ สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรก็ยากเพราะต้องคอยกังวลกับเรื่องพวกนี้ แล้วเราจะมีความสุขได้ยังไงล่ะ
  • อย่างที่สอง เขาเหล่านั้น ไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ที่เราไม่ไว้ใจ สักวันเขาจะเป็นเหมือนที่เรากังวล ไม่ต้องงงครับ มันคือเรื่องจริง เมื่อเรากดดันเขามากๆ เขาก็เครียดมากพอๆ กับเรา เมื่อถึงวันหนึ่งมันจะระเบิดและปลดปล่อยครับ จากคนที่ไม่เคยมีผู้หญิงก็จะมี จากลูกที่เป็นเด็กดีก็จะเริ่มออกนอกลู่บ้าง ไม่ว่าจะเพื่อประชด หรือความท้าทายต่างๆ ที่พวกเขาไม่เคยได้ทำมาก่อน
  • พวกเขาเหล่านั้น จะไม่เติบโตทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นลูกของเราหรือลูกน้องของเราจะถูกกัก เหมือนกักบริเวณทางความคิดครับ เพราะอะไร ลองคิดดูนะครับ
    • ถ้าคุณเป็นลูก จะออกไปติวหนังสือให้เพื่อนแต่กลับโดนพ่อแม่ว่า ว่าจะไปติวทำไม อ่านของเราเองดีกว่า มาลองคิดดูว่าเด็กคนนี้จะขาดอะไรไปบ้าง
      • เด็กคนนี้จะขาดความสามารถในการตัดสินใจ ต่อไปเด็กคนนี้อาจตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะดุจะว่า
      • เด็กคนนี้จะขาดความสัมพันธ์กับเพื่อน ซึ่งเพื่อนเป็นสิ่งเดียวที่วัยรุ่นไว้วางใจมากที่สุด ถ้าขาดไป หรือความสัมพันธ์ไม่ดีคงจะกระทบต่อจิตใจของเด็กมากๆ
      • เด็กคนนี้จะรับความกดดันเรื่อยๆ เหมือนถูกกักบริเวณทำให้เมื่อวันหนึ่งมาถึง เด็กคนนี้อาจขัดคำสั่งและออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำจนได้
    • ถ้าคุณเป็นหัวหน้า และไม่ให้ลูกน้องทำในสิ่งที่รับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ และเมื่อทำผิดก็ดุ ตลอดเวลา ลองคิดว่าจะมีผลอะไรบ้าง
      • ลูกน้องคุณคนนี้จะขาดความเชื่อมั่นในตนเองเพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็จะถูกด่าไปซะหมด สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ทำอะไรก็ไม่เก่ง ไม่กล้า
      • ลูกน้องคุณจะเป็นคนไม่เก่ง รับผิดชอบอะไรไม่เป็น และทำไปวันๆ เหมือนไม่ได้มีหน้าที่มารับผิดชอบอะไร ก็เพราะหัวหน้าไม่ยอมให้ทำไง ไม่ยอมที่จะให้เขาเป็นคนรับผิดชอบ คุณก็ต้องรับผิดชอบเองไงครับ
      • คนที่เหนื่อยสุดท้ายก็คือคุณ เพราะเมื่อลูกน้องทำไม่ได้ คุณก็เหนื่อยครับ เพราะคุณก็ต้องทำเอง ทำไปครับ ทำไปจนกว่าจะเลิกทำงานแหล่ะครับ ในเมื่อเราไม่เชื่อใจใครนี่นา งั้นก็เหนื่อยต่อไปนะ

 เรื่องจริงไม่อิงนิยาย

เรื่องลูก

ลูกที่ผมยกตัวอย่างก็คือผมนี่แหละครับ เพราะเรารู้เลยว่าเมื่อก่อนเราโดนแล้วรู้สึกอย่างไร

มีครั้งหนึ่งผมขอออกไปกับเพื่อน อยากไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ บ้างทั้งที่ตัวเองก็ ม.6 แล้ว แต่พ่อแม่ก็ไม่ยอม

วันนั้น ผมได้ออกจากบ้านโดยอ้างว่าไปบ้านเพื่อน ซึ่งไม่ได้บอกที่บ้านก่อน แล้วค่อยโทรมาบอก

ซึ่งแม่โกรธมาก และอยากจะมารับผมที่บ้านเพื่อน แต่ผมก็บอกไปว่าไม่ต้องเดี๋ยวกลับเอง

เห็นไหมครับ นี่คือการระเบิดของคนที่ถูกกด ถูกกักมาเป็นเวลานาน

 

แต่เมื่อกลับมาบ้าน ผมคิดว่าผมต้องโดนตี โดนว่าอย่างหนักแน่นอน แต่เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน

แม่พูดกับผมว่ากินข้าวมาหรือยัง หิวไหม ผมอึ้ง และรู้สึกผิดเป็นที่สุดครับ ผมคิดว่าคืนนั้น

พ่อกับแม่คงคุยกันและหาทางออกอย่างไรในการคุยกับเรา ซึ่งมันได้ผลครับ

หลังจากนั้น ผมจะไปไหนก็จะบอก และจะพยายามไม่ให้พ่อแม่ต้องเป็นห่วงครับ

แต่ถ้าวันนั้นผมโดนด่า โดนตี ป่านนี้ผมอาจเปลี่ยนเป็นอีกคนก็ได้ครับ

 

เรื่องลูกน้อง

ผมเองเป็นหนึ่งคนที่มีลูกน้องที่ทำงานด้วยกันคอยช่วยเหลือกัน และก่อนนี้ผมเองไม่เคยมีลูกน้อง

ผมจึงไม่ค่อยเชื่อใจว่าใครจะมาทำงานให้เราได้ ผมก็ได้แต่สั่งงานเป็น Job เล็กๆให้ไปทำ

หลังจากนั้นผมก็ทำอย่างนี้มา 2-3 ปี ปรากฎว่า ผมเองก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิมแม้ว่าจะมีลูกน้องมากขึ้นก็ตาม

โอทีก็ต้องทำเกือบทุกวัน บางทีวันหยุดก็ต้องทำ ลางานก็มีแต่คนโทรตาม

งานทุกอย่างต้องทำเองหมด ตัดสินใจเองหมด สรุปแล้วมันดีจริงหรือที่เป็นแบบนี้

และมันไม่มีคนที่สามารถทำให้เราได้จริงหรือ หรือเราแค่ไม่เชื่อใจเขาก็เท่านั้นเอง

 

ทุกวันนี้ผมเองสบายแล้ว จากการเชื่อใจลูกน้องและให้อำนาจการตัดสินใจ

ให้โอกาสทางความคิด ให้อิสระในการทำงาน ผมว่าตอนนี้ไม่มีผมพวกเขาก็ยังทำงานกันได้อย่างดี

ผมก็เอาเวลาที่มีมาคิดพัฒนาอย่างอื่นที่ลูกน้องเราทำไม่ได้ดีกว่าครับ

นี่แหล่ะครับอานุภาพของ “ความเชื่อใจ” ในขณะที่หัวหน้าแผนกอื่นๆ ที่ผมรู้จัก

เขายังคงทำงานตัวเป็นเกลียวกันอยู่และจะยังคงเป็นอย่างนี้ไปตลอดถ้าขาดความเชื่อใจนี้ครับ

และเชื่อผมเถอะว่า เมื่อก่อนคุณก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แต่คุณก็ยังทำมันได้

เช่นกัน ลูกน้องคุณก็ไม่ได้เก่งมาก่อน เขาก็สามารถเรียนรู้และทำได้แบบเราเช่นกันครับ

อย่าไปคิดว่าเราเก่งคนเดียวของโลกนี้ อยากรู้ว่าหัวหน้าเก่งแค่ไหน

ให้ไปดูลูกน้องครับ เพราะหัวหน้าจะเก่งกว่าลูกน้อง 10 เท่า

 

จะวางใจได้อย่างไร

มันไม่ง่ายครับ ผมบอกเลย แต่มันทำได้ครับ เรื่องนี้ต้องฝึก เพราะเรื่องที่ผมได้เล่าๆ มาในหัวข้อก่อน

ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นกับผมทั้งสิ้นครับ ผมฝึก ผมอ่าน ผมพยายามเรียนรู้และเข้าใจคนให้มากขึ้น

เราต้องลองคิดดูว่าถ้าเราโดนแบบเขาเราจะเป็นอย่างไร และเราจะยังรับมันได้ไหม ถ้าเป็นเรา

ถ้าเราโดนแบบนั้น และเราคิดว่ามันไม่โอเคสำหรับเรา เราก็อย่าไปทำกับเขาเลยครับ

หัดปล่อยวางซะบ้าง คนที่เขาไปมีคนใหม่คือเขาไม่รักเราแล้วครับ ถ้าเขายังรัก เขาจะไปมีคนใหม่ทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้รักเราแล้ว เราจะตามไปหึงไปหวง ไปตามจิกทำไม ก็ปล่อยเขาไป หาใหม่ดีกว่า ใช่ไหมครับ คนมีเป็นล้าน จะเอาอะไรมากกับแค่คนๆ เดียว

 

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ใครที่กำลังมีปัญหาเช่นเดียวกับที่ผมเคยเจอ จะได้ปรับตัวและมีความสุขกับชีวิตให้มากขึ้นนะครับ
ถูกใจอย่าลืม Like ถ้าเป็นประโยชน์ก็แชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านบ้างนะครับ ^^
ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ มีข้อมูลดีๆ อีกเยอะครับ


กดไลค์เป็นกำลังใจให้กันนะครับ
เห็นว่าเป็นประโยชน์ก็แชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันบ้างนะ
อยากให้คนไทยใช้ Tech ให้เป็น


มีข้อมูลดีๆ อีกเพียบที่

FB: Facebook Page
G+ : Google+
www : techdlife.com
Line : @techdlife
แอดรับบทความดีๆ จากเราครับ

เพิ่มเพื่อน


Tech เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น
BenzTechDLife

Benz TechDLife

ผม เบนซ์ Tech D Life ครับ ผมอยากให้คนไทย ได้ใช้เทคโนโลยีที่มีใกล้ตัวให้เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุดครับ ยินดีต้อนรับสู่ Tech D Life

ใส่ความเห็น

shares
Close
error: Content is protected !!
%d bloggers like this: