หลายคนเริ่มหันมาใช้งาน iPad ในการทำงานแบบเต็มตัวกันบ้างแล้วเพราะว่าสะดวกในการพกพา จึงทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา
และความต้องการในการทำวิดีโอ ที่มีมากขึ้น จึงหา App มาใช้ในการตัดต่อวิดีโอกัน
วันนี้ผมจะมารีวิว Lumafusion หนึ่งใน App ตัดต่อวิดีโอที่ดีที่สุเท่าที่ผมเคยใช้มา และบอกก่อนว่านี่คือความเห็นของผมเท่านั้น และ รีวิวนี้ไม่ได่รับการสนับสนุนใดๆ จาก Lumafusion
เอาล่ะ มาดูกันว่า มันทำอะไรได้บ้าง
จุดเด่นของ Lumafusion
- สามารถเข้าใจการทำงานได้ง่าย
การวางตำแหน่งต่างๆ ในหน้าโปรแกรม หรือ User Experience นั้น สามารถที่จะทำให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ หากคุณเป็นคนที่มีประสบการณ์เคยใช้งานโปรแกรมระดับโปรมาก่อน เช่น Premier Pro หรือ Final Cut Pro
- สามารถเพิ่ม Timeline ได้มากมาย
จึงยืดหยุ่นในการทำงานวิดีโอที่มีหลายมุมกล้องได้ดีมากๆ ครับ
- การตัดต่อสามารถทำได้อย่างง่ายดาย เข้าใจง่าย การเลื่อน Timeline ไปมา สามารถทำได้อย่างลื่นไหล และตัดได้อย่างแม่นยำ
- สามารถตัด Green Screen ได้ หากใครที่มีการอัดวิดีโอแบบต้องการตัดฉากหลังออก ใน Lumafusion นั้นมี Feature นี้มาให้เรียบร้อย กดไม่กี่ปุ่มก็สามารถทำงานได้สบายๆ ครับ
- มีฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการปรับแต่งเสียงให้เลือกใช้มากมาย สามารถจัดการเรื่องเสียงได้ดีในระดับนึงเลยครับ
- สามารถ Export ไฟล์ที่ทำเสร็จแล้วไปเก็บไว้ใน Harddisk ได้ และนำไปเปิดต่อกับ Final Cut Pro ได้ด้วย อันนี้เจ๋งตรงที่เราสามารถลดขนาดไฟล์ใน iPad ลงได้ และใช้ต่อด้วย Final Cut Pro บน Mac ต่อได้ด้วย อันนี้แจ่มจริงๆ
- การนำเข้า File ต่างๆ สามารถนำเข้าได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นจาก App File ของ iPad เอง หรือ Harddisk หรือ Cloud ต่างๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน
- การปรับความเร็วของวิดีโอสามารถทำได้ตั้งแต่ช้ามาก คือ 1/240 – 6x เลยทีเดียว ถือว่าค่อนข้างยืดหยุ่นและเพียงพอต่อการทำงานครับ
- ปรับการเล่นถอยหลังของวิดีโอก็สามารถทำได้
- ปรับแต่งเบลอ หรือ โมเสก ต่างๆ สามารถทำได้ง่ายและมีให้เลือกหลากหลายครับ
- การปรับโทนสีของวิดีโอก็สามารถทำได้ สามารถปรับแต่งได้อยู่ในระดับที่ใช้ได้เลยน่าจะเพียงพอต่องานที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องสีต้องเป๊ะขนาดนั้นครับ
- สามารถใส่ตัวหนังสือได้ หรือรูปภาพซ้อนบนวิดีโอได้มากมาย เพราะมีระบบ Layer ที่แยกได้เยอะครับ
- ความเร็วในการใช้งานค่อนข้างดีมาก ไม่ค่อยเจอสะดุดเลยในการทำงานเลยครับ ส่วนนี้ถือว่าผ่านครับผม สำหรับอุปกรณ์ที่ผมใช้คือ iPad Pro 2020 ครับ
ข้อสังเกต
- ไม่สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างหรือ Noise Reduction ในตัว Lumafusion นี้ได้ ต้องมี App เสริม ซึ่งผมเองใช้ตัว Brusfri อยู่ครับ การทำงานคือ เมื่อเราได้วิดีโอมาแล้ว ให้นำเข้า App Brusfri ก่อน เพื่อตัดเสียงรบกวนแล้วจึงค่อยนำมาตัดต่อที่ Lumafusion ต่ออีกทีนั่นเองครับ
- Transition หรือการเปลี่ยนฉากมีน้อยไปหน่อยครับ ส่วนมากต้องจัดการออกแบบและปรับแต่เองเพื่อให้ได้ดั่งใจ
- Feature 85%
- User Experience 85%
- Performance 95%
- Overall 90%
ควรซื้อ?
ถ้าคุณอยากใช้ App สักตัวในการตัดต่อวิดีโอบน iPad ผมไม่เห็นเหตุผลที่จะไม่ซื้อครับผม เพราะราคาที่ค่อนข้างถูก และจ่ายเพียงครั้งเดียวเทียบกับ Feature ประมาณนี้ สำหรับผม ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ครับ
ฝากกดไลค์เป็นกำลังใจ และแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันบ้างนะครับ
Tech เพื่อชีวิต ที่ง่ายขึ้น






