Correl เป็นสูตรที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่าง ข้อมูล 2 ข้อมูลได้เป็นอย่างดี เพื่อใช้ในการหาค่าความสัมพันธ์ เพื่อหาตัวแปรที่ก่อให้เกิดความแตกต่างของข้อมูลได้

อ่าว งงอะดิ ใครอ่านถึงตรงนี้แล้วงงใจเย็นๆ นะครับ ต่อนะครับ Correl ย่อมาจาก Correlation Coefficient

เป็นการนำเอาข้อมูล 2 ตัวอย่างมาหาความสัมพันธ์กัน เช่น ต้องการทราบว่าจำนวนชั่วโมงที่เราเปิดแอร์ มีผลต่อค่าไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน ก็ให้เราเก็บข้อมูลเวลาการเปิดแอร์ 12 เดือน และค่าไฟฟ้า 12 เดือน และเอามาใส่สูตร Correl

วิธีการใช้

  1. ทำตารางที่ต้องการเปรียบเทียบด้วยข้อมูล 2 ข้อมูล
  2. กรอกสูตร Correl และเลือกข้อมูลที่ 1 และ 2 ตามลำดับScreen Shot 06-20-16 at 04.02 PM
  3. ดูผล ค่าของ Correl จะมาค่าตั้งแต่ -1 ถึง  1
    ถ้า 1 หมายความว่าข้อมูลทั้งสองมาความสัมพันธ์กันมากที่สุด คือข้อมูลที่ 1 ส่งผลต่อข้อมูลที่สองเป็นอย่างมาก
    ถ้า 0 หมายความว่า ข้อมูลไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย เช่น นำหนักตัวเราขึ้นส่งผลให้ฝนตก หรือจะเกี่ยวแบบว่าหนักมากเกิน 555
    ถ้า -1 หมายความว่าข้อมูลทั้งสองแปลผกผัน คือข้อมูลที่ 1 มากขึ้น แต่ข้อมูลที่ 2 จะน้อยลงจากตัวอย่างด้านบนได้ค่าที่ 0.98 หมายความว่าไลก้เคียง 1 เป็นอย่างมากนั่นคือ สรุปได้ว่าเวลาที่เราเปิดแอร์ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยตรงครับ

 

ก่อนนี้ผมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ  แต่ในความเป็นจริงทางด้านวิศวกรรมจะสามารถใช้ได้มากมาย
– เช่น การวิเคราะห์ว่าชิ้นงานก่อนหลังการอบมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน
– การวิเคราห์ค่า Dimension ต่างๆ ของชิ้นงานมีการเปลี่ยนแปลงไหมถ้ามีแรงมากระทำ
– หรือการวิเคราห์เชิงเปรียบเทียบก็จะทำได้ง่ายและเห็นภาพได้ดีเช่นกัน

อย่างที่ได้สอนไปครับ นี่คือสูตรที่แสนจะง่ายดาย แต่มีความสามารถมากมายในการวิเคราห์ข้อมูล ถ้าเราต้องคำนวณเองอาจตายก่อนได้ ถ้าเห็นสูตรมัน 555

 

อ่านแล้วถูกใจ ช่วย Like และแชร์บทความ(ตามปุ่มรูป Facebook ด้านล่างนี้เลยครับ) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ของคุณ และเป็นกำลังใจให้กันด้วยครับ
ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ https://www.facebook.com/techdlife/

Tech เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น
#BenzTechDLife